อ้างอิงจาก http://picta55.blogspot.com
1.1 ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ในช่วง 60 กว่าปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทำให้โลกของเราก้าวหน้ามากกว่ายุคใดๆ
ในอดีต ทำให้มนุษย์สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้มากมายชนิดที่คนรุ่นพ่อหรือรุ่นปู่ของเราไม่เคยนึกฝันว่าจะทำได้มาก่อน คอมพิวเตอร์ช่วยให้มนุษย์สามารถส่งดาวเทียมขึ้นไปโคจรรอบโลกได้มากมาย ดาวเทียมบางดวงกำลังมองลงมาบนผิวโลกด้วยนัยน์ตาที่คมกริบ บางดวงกำลังถ่ายทอดสดรายการโทรทัศน์ให้ผู้ชมหลายพันล้านคนได้เห็นการแข่งขันฟุตบอลได้พร้อมกันทั่วโลก บางดวงเดินทางมุ่งสู่ขอบจักรวาลอันไกลโพ้นเพื่อถ่ายภาพสิ่งที่อยู่ห่างไกลออกไปนับพันล้านไมล์มาให้เราดู
 |
ดาวเทียมที่โคจรอยู่นอกโลก ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร |
 |
โครงข่ายไฟเบอร์อ็อปติกส์ (Fiber Optic Cables) ใต้ทะเล |
บนท้องฟ้าคอมพิวเตอร์ช่วยให้การเดินทางของเครื่องบินมีความปลอดภัย
ในมหาสมุทรมีเส้นใยนำแสง (Fiber Optic Cables)ทอดวางอยู่อย่างสงบ แต่ข้างในกำลังทำหน้าที่ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงในระยะทางไกลๆ เสมือนเส้นเลือดใหญ่ของระบบเครือข่าย ทำให้เราสามารถเรียกข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก
 |
คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา |
คอมพิวเตอร์หลายเครื่องในโรงเรียนกำลังให้บริการศึกษาค้นคว้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแก่นักเรียน บางเครื่องกำลังจัดทำระบบฐานข้อมูล ขณะที่อีกหลายเครื่องใช้ประกอบการเรียนการสอน คอมพิวเตอร์ในห้องประชุมอาจกำลังนำเสนอข้อมูลต่างๆ เครื่องคอมพิวเตอร์อีกหลายเครื่องอาจกำลังใช้พิมพ์เอกสารคำสอนหรือข้อสอบให้กับคุณครู บางเครื่องอาจจะใช้คิดคำนวณเงินเดือนบุคลากรและรายรับรายจ่ายของโรงเรียน แต่ละปีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายนับแสนคน ต้องคร่ำเคร่งอยู่กับการสอบเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งการสอบใหญ่ที่ทำกับนักเรียนทั้งประเทศนั้นจะไม่มีทางทราบผลสอบได้ทันเวลาเลย หากยังใช้คนมานั่งตรวจข้อสอบ คิดคะแนน และจัดเรียงลำดับผู้สอบผ่านเข้าเรียนในสาขาต่างๆ ตามที่ที่ผู้สอบเลือกสมัครไว้ ต้องอาศัยคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย
 |
คอมพิวเตอร์ ณ จุดจ่ายเงิน ในบริการค้าปลีก (ห้างสรรพสินค้า) |
ผู้คนในสมัยนี้มีพฤติกรรมจับจ่ายใช้สอยแตกต่างไปจากในอดีต ศูนย์การค้าหลายแห่งเปิดให้บริการจนถึงกลางคืน อาจใช้บัตรเครดิตแทนเงินสดและผู้ที่ตรวจสอบบัตรเครดิตว่าใช้ชำระเงินได้หรือไม่ได้ก็คือคอมพิวเตอร์ หรืออาจมีตู้เอทีเอ็มติดตั้งเอาไว้ให้เรียกเงินสดได้ทันใจ คอมพิวเตอร์อีกนั่นแหละที่จะคอยตรวจสอบว่ามีเงินอยู่ในบัญชีหรือไม่ ถ้ามีก็ยอมให้ถอนเงินได้ ในส่วนของผู้บริหารศูนย์การค้าก็สามารถทราบยอดสินค้าที่จำหน่ายออกไปแล้วและยอดสินค้าที่อยู่ในสต็อคแม้จะมีจำนวนสินค้าจำนวนมากมายหลายพันหลายหมื่นรายการก็ตาม เพราะมีคอมพิวเตอร์ช่วยในการจัดทำระบบฐานข้อมูลสินค้า
 |
คอมพิวเตอร์ในทางการแพทย์ |
คอมพิวเตอร์ในโรงพยาบาลยุคใหม่มีอยู่มากมายหลายแบบ บางเครื่องกำลังถูกใช้บันทึกประวัติคนไข้ บางเครื่องกำลังค้นหายาที่แพทย์สั่งจ่ายให้กับผู้ป่วย บางเครื่องก็ทำการคำนวณและสร้างภาพสมองของคนไข้จากการสแกนด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ ขณะที่บางเครื่องอาจจะกำลังหาชีพจรของผู้ป่วยหนักในห้องไอซียู หรือคอมพิวเตอร์บางเครื่อง
 |
ตลาดหลักทรัพย์ (ตลาดหุ้น Stock Exchange) |
คอมพิวเตอร์ในตลาดหลักทรัพย์ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อสื่อสารด้านราคาหุ้นได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เป็นผลให้เกิดการหมุนเวียนเงินตราเกิดกระแสการลงทุน และยังสมารถทราบการขึ้นลงของราคาหุ้นของบริษัทต่างๆ ได้อีกด้วย
1.2 ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หมายถึง เทคโนโลยีที่ช่วยรวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล เรียกใช้ ถ่ายทอด และนำเสนอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศ ประกอบด้วยเทคโนโลยีหลักคือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม
1.3 ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพ ช่วยลดข้อจำกัดในเรื่องของระยะทาง ทำให้งานต่างๆ ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ลักษณะสำคัญมีดังนี้
1.3.1 Speed ความเร็ว เพราะคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สื่อสารล้วนเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานโดยอาศัยสัญญาณทางไฟฟ้า จึงทำงานได้อย่างรวดเร็วมาก
 |
คอมพิวเตอร์ทำงานได้รวดเร็ว |
1.3.2 Reliable ความเชื่อถือได้ ถ้าได้รับการป้อนคำสั่งที่ถูกต้อง อุปกรณ์ต่างๆ ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจะทำงานด้วยความแม่นยำถูกต้องและเชื่อถือได้เสมอไม่ว่าจะมีงานในปริมาณมากๆ หรือต้องปฏิบัติซ้ำๆ
 |
Computer is reliable คอมพิวเตอร์เชื่อถือได้ |
1.3. 3 Storage Capability ความสามารถในการเก็บข้อมูล คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมในปัจจุบันสามารถเก็บโปรแกรมคำสั่ง และข้อมูลเอาไว้ได้ การเรียกใช้งานจึงทำได้ง่ายและสะดวก
 |
หน่วยเก็บข้อมูลแบบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ ZComputer Storages) |
1.3.4 Wide Applicability ประยุกต์ใช้งานได้กว้างขวาง คอมพิวเตอร์มีความสามารถมากมาย จึงนำไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างกว้างขวาง จึงมีความคุ้มค่าต่อการนำมาใช้งาน
 |
Computer can be applied to many fields. สามารถประยุกต์ใช้งานคอมพวเตอร์ได้อย่างหลากหลาย |
1.4 Impacts ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้การกระจายของข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วทุกทิศทาง จึงส่ง
ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในหลายด้านด้วยกัน โดยมีแนวโน้ม ดังนี้
 |
วิวัฒนาการของสังคมมนุษย์ เข้าสู่ยุคสารสนเทศ (Information Age) |
1.4.1 Information Society เปลี่ยนเป็นสังคมสารสนเทศ สังคมมนุษย์มีเปลี่ยนแปลงมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อหลายพันปีก่อน จากสังคมแบบเร่ร่อนมาเป็นสังคมเกษตรกรรม มีการสร้างบ้านเรือนเป็นหลักแหล่ง ครั้งที่สองเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 300 ปีที่ผ่านมา เปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรม เมื่อมนุษย์เริ่มใช้เครื่องจักรมาช่วยในการทำงาน ปัจจุบันสังคมได้เข้าสู่ยุคสารสนเทศ ซึ่งเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสื่อสารพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การใช้สารสนเทศอย่างกว้างขวาง
 |
On Demand Service |
1.4.2 On Demand สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ จะมีลักษณะของการสื่อสารแบบสองทางและโต้ตอบกันได้ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถทำได้ เช่น การใช้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้
 |
ทำงานได้ทั้งปี ทั้งวันทั้งคืน และทั้งปี |
1.4.3 Anytime & Anyplace เกิดสภาพการทำงานแบบทุกสถานที่ ทุกเวลา ระยะทางหรือสภาพภูมิศาสตร์ไม่เป็นปัญหา ทำให้ผู้ใช้ขยายขอบเขตการดำเนินกิจกรรมไปทุกหนแห่งตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องมีวันหยุด และสามารถใช้บริการจากที่บ้านได้
 |
Globalization Economics |
1.4.4 Globalization เปลี่ยนจากระบบท้องถิ่นไปเป็นเศรษฐกิจโลก ขอบเขตการให้บริการจะขยายวงกว้างออกไปแบบไร้พรมแดน ระบบเศรษฐกิจของโลกจะเชื่อมโยงและมีผลกระทบต่อกัน เช่น สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ มีการเผยแพร่ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
 |
การวางแผนระยะยาว |
1.4.5 Long Range Planning ก่อให้เกิดแผนงานระยะยาว เพราะระบบข้อมูลมีความสมบูรณ์ การตัดสินใจจึงขึ้นอยู่กับข้อมูลและสารสนเทศทำให้มีความรอบคอบและลดข้อผิดพลาดลงได้ โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ ที่มีผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จะต้องทำการศึกษาวิจัยนำร่อง และทำประชาพิจารณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้กระบวนการทำงานยากๆ เหล่านี้สำเร็จลงได้ในเวลาอันรวดเร็ว
 |
Network Organization |
พัฒนาการคอมพิวเตอร์
ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ทันสมัยที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ มนุษย์ได้พัฒนาเครื่องคำนวณมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเริ่มตั้งแต่ ลูกคิด (abacus) ซึ่งคาดกันว่าชาวจีนเมื่อหลายพันปีมาแล้วเป็นผู้พัฒนาขึ้น และมีการพัฒนาเครื่องคำนวณต่อมาอีกเรื่อยๆ
ในปี พ.ศ.2185 ปาสคาล (Pascal) นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ได้ประดิษฐ์เครื่องคำนวณแบบกลไกที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
 |
Mechanical Calculator (เครื่องคำนวณเชิงกลไก ) ผลงานของ Blaise Pascal
|
ต่อมาในปี พ.ศ. 2237 ไลบ์นิซ (Leibniz) ชาวเยอรมันได้ประดิษฐ์เครื่องคำนวณที่สามารถคูณและหารได้ และยังมีผู้พัฒนาเครื่องคำนวณต่อเนื่องกันมา

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางกองทัพต้องการเครื่องคำนวณเพื่อใช้ในกิจการทหาร
ทางฝ่ายเยอรมนี และอังกฤษ ได้พยายามพัฒนาเครื่องถอดรหัส เพื่อจะได้ล่วงรู้การสั่งการทางทหารของแต่ละฝ่าย ขณะที่กองทัพสหรัฐต้องการเครื่องคำนวณการยิงของอาวุธหนักต่างๆ พ.ศ.2487 บริษัทไอบีเอ็มได้สร้างเครื่องคำนวณไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สามารถคำนวณจำนวนที่มีค่าต่างๆ ได้
โดยศาสตราจารย์ ไอเคน (Aiken) แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และให้ชื่อว่า มาร์ควัน (Mark I )
 |
Harvard Mark-I |
No comments:
Post a Comment